Google Search

Custom Search

สวัสดีเจ้า

ยินดีต้อนรับสู่บล็อกย่อมๆ ของคนหน่อมแน้ม ^___^

http://neornee.blogspot.com/

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nomnam story แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nomnam story แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฝนตก พายุ และลูกเห็บ

นั่งทำงานอยู่ดีดี ทำไมมืดจังหว่า ฝนจะตกเรอะ ถึงว่าวันนี้ร้อนมักมัก ฝนจะตกก็มะแปลก แหม!ร้อนขนาดนี้ (ยังนั่งทำงาน ไม่รู้ชะตาตัวเอง 555) ว่าแต่ทำไมมืดลงเรื่อยๆ อีก เอ๊ะชักยังไง นั่งนึกอยู่ดีดี มาเลยคับ มาแบบห่าใหญ่ทั้งลมทั้งฝน ตายล่ะตรู T_T" ปิดประตูร้านแทบไม่ทัน อ้าว! ลืมเก็บผ้าที่ตากอีก เอ๊อ! แต่ว่า...........ไม่ทันแร้วคับท่านผู้ชม เหมือนซักใหม่เรย 555 แต่ที่แน่ๆ มีลูกเห็บด้วยอ่ะ ToT (ตื่นเต้น ตื่นเต้น เพิ่งเห็นเป็นครั้งที่สองในชีวิต หลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานมาก เกือบสิบปีได้มั๊ง)คิดไปคิดมา โลกเรานี้ก็เริ่มแปรปรวนไปทุกวี่ทุกวัน ทั้งน้ำท่วม ทั้งแผ่นดินไหว แห้งแล้งอีกต่างหาก (จะเหมือนหนังเรื่อง 2012 รึป่าวอ่ะ น่ากัวจัง)


rain29march2010



rain29march2010

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

จำกันได้ป่าวเนี่ย

เพลงเก่ามักมัก แต่ฟังกี่ทีก็ยังเพราะเหมือนเดิม
(อ้าว! โพสเช็คอายุรึปล่าวเนี่ยเรา ง่า....T_T")

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ขอบ่นซักวัน...


เมื่อจู่ๆ มีคุณลูกค้ามาถามว่า

"น้องๆ ที่นี่รับทำรายงานหรือเปล่า"

ประมาณว่า มากันสามคนพ่อแม่ลูก ไอ้เราก็งง ว่าถามแปลก ลูกเค้าประมาณ ม.ต้น ได้มั๊ง

ก็เลยถามว่า "รายงานอะไรยังไงเหรอคะ"

เค้าก็ตอบประมาณว่าจะจ้างทำรายงานแบบเสร็จเป็นเล่มพร้อมให้ลูกเค้าเอาไปส่งอาจารย์เลย เค้าทำมาแบบนี้ตลอด แต่ลูกเค้าสอบตกก็เลยจะทำรายงานแก้

(ไอ้เราก็นึกในใจ มิน่าลูกถึงได้สอบตก ก็ทำกันแบบนี้นี่นา แล้วยังไม่เข็ด ยังจะทำต่ออีกนะ เฮ้อ!)

ก็เลยบอกไปว่า "คงทำให้ไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้าจะหาข้อมูลน่ะ หาให้ได้ แต่น้องเค้าต้องเอาไปทำใหม่อีกรอบ ประมาณว่าต้องไปอ่านแล้วเรียบเรียงเองอีกที เราแค่หาข้อมูลให้เฉยๆ

ดันตอบกลับมาว่าไงรู้มะ "น่า ช่วยลูกพี่หน่อยเหอะ แพงยังไงพี่ก็จ่าย"

มาถึงขั้นนี้ ปรี๊ดแตกเลย แต่ยังอุตส่าห์พูดดีตอบกลับไปแบบเนียนๆ

"แหมพี่คะ ถ้าหนูช่วยมันก็เหมือนกับหนูกำลังทำร้ายเด็กทางอ้อมเลยนะเนี่ย แม่หนูก็เป็นครู พี่ชายกับพี่สาวหนูก็เป็นครู และถึงหนูจะไม่ได้เป็นครู แต่หนูก็ยังมีจรรยาบรรณนะคะ ว่าทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการส่งเสริมที่ไม่ดีเลย หนูเข้าใจนะคะว่าพี่รักลูก แต่ถ้าพี่ทำแบบนี้มันเหมือนกับพี่ยอมจ่ายตังค์เพื่อซื้อความไม่ฉลาดให้กับลูกพี่ ถ้าพี่อยากให้ลูกพี่เก่ง พี่ต้องหัดให้ลูกพี่ทำอะไรเองซะบ้าง เงินมันไม่ได้ซื้อทุกอย่างนะคะ"

(พูดเสร็จ โหตูร่ายยาวขนาดนี้เลยเหรอฟะนี่ สายเลือดครูช่างแรงกล้าซะจริง 55)

ลูกค้าเงียบ ไอ้เราก็เงียบ (นิ่งไปซักพัก เริ่มเหงื่อไหลแล้วตู เอายังไงต่อดีเนี่ย)

"งั้น เอายังงี้ไม๊คะ ให้น้องเค้าลองหาข้อมูลกับหนูดูก่อน เดี๋ยวหนูจะสอน แล้วค่อยๆทำรายงานกันเลยทีละนิดละกัน ค่อยเป็นค่อยไป จะดีกว่าไหมคะ เสร็จแล้ววันนี้ก็ยังส่งทัน แล้วยังมีประโยชน์กับน้องเค้าอีกด้วย"

ลูกค้ามองหน้ากันไปมา คุยกันงุงิงุงิ

"ยังงั้นก็ได้ครับ เอ้าเดี๋ยวให้พี่เค้าช่วยสอนแล้วทำส่งอาจาย์เลยเดี๋ยวพ่อกับแม่จะนั่งรอนี่แหละ"

(เอาล่ะสิตู วันนี้งานยิ่งกองเต็มหน้าซะด้วย แต่ละงานเร่งๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร เพื่อเยาวชนของชาติ สู้ตายค่ะ)

เป็นอันว่าวันนี้หนุ่มน้อยได้รู้จักการทำรายงานอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมได้ความรู้ไปอีกเพียบ

ก่อนกลับ คุณพ่อคุณแม่ฝากขอบคุณ ที่เราจริงใจบอกเค้าไปตรงๆ เพราะไปที่อื่นเค้าไม่ว่าอะไร ทำงานเอาเงินอย่างเดียว (ได้ไงเนีย)

เราก็บอก อย่าถือเราเลย เราพูดตรง แต่เราก็จริงใจนะ เราคิดว่าแบบนี้ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันผ่านไปแล้วเด็กไม่ได้อะไรเลย ถือว่าช่วยกันดีกว่าเนอะ เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าเด็กไม่พัฒนาแล้วชาติบ้านเมืองจะเจริญได้ยังไง ช่ายม้ายละค้าบ พี่น้องค้าบบบบบบบบบบบบบ......


ทิ้งท้าย ตอนบ่ายมีเด็ก ม.ปลายมาถามว่า "เพ่ๆ ทำรายงานหน่อยดิ จะส่งแล้ว เด๋วมะทัน เอาด่วนเลยนะ แบบเจ๋งๆ ด้วย มีปะ"

(ดู...ดู๊...ดู... ดูมันทำ T_T")

"มีเดะน้อง กี่เล่มล่ะ คิดเล่มละห้าพัน สนใจป่าววววววววววว"

(ดูซิจะยังมาถามกันอีกไม๊ 5555555)


เด็กฉลาด ชาติเจริญ

แต่ถ้าโดนผู้ใหญ่เมิน

เฮ้อ!

.

.

.

ก็สู้ต่อไปสิค้าบ


เก่งไม่กลัว แต่กลัวเส้น 555


สุดท้าย ท้ายสุด "เก่งไม่เท่าชำนาญ" นะจะบอกให้.............

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ไปแอ่วสวนสัตว์กั๋นบ๋อเจ้า...

เรื่องของเรื่องบะได้ไปเมินละ ไข้ไปดูเสือ (อันนี้ซอบขนาด)ปรากฎว่า กว้างมาก เตวปอบะไขว้ อิดไบ๊อิดง่าว (T_T" เกาะเลยได้ฮูปมาเต้าอี้ แหะ แหะ ไว้โอกาสหน้าถ้าได้ไปแหมจะเอาฮูปมาฝากแหมเน่อเจ้า (ปล.สงสัยต้องฟิตตั๋วเก่าน่อยละ จะได้มีแฮง เฮอะ เหอ...)


Chiangmai Zoo1

นกฟลามิงโก้ โอ้ โอ้...... 555


Chiangmai Zoo2

อันนี้สุดบรรยาย สีหน้าเซ็งสุดฤทธิ์เลยจ้าววววววววววว


Chiangmai Zoo3

นาคแดง หน้าต๋าบ้องแบ๊วดีขนาด


Chiangmai Zoo4

ไก่ฟ้า (แต่มีหลายสีดีแต๊ แซวบะดายเน่อว)


Chiangmai Zoo5

นี่เลย มันจื้อบะแซม หันแม่ก๊าข้างหั้นฮ้องมันว่า แซม ชอบเล่นกระสอบ ถ่ายต๋อนเหลียวหน้ามาพอดี
ปอสะดุ้ง หยั่งแมงอะหยังนิ 55


Chiangmai Zoo6

พระเอกของเรา ชอบมักๆ


Chiangmai Zoo7

นี่เกาะพระเอก เท่สุดๆ ตั้งใจ๋ไปดูอันนี้แหละ


Chiangmai Zoo8

อะหยังเอ่ย ซอบอยู่บนภูเขา (อยู่ดีดีบะซอบก๊ะว่าหยั่งใด พ่านแตน)


Chiangmai Zoo9

เพนกวินน้อยน่าฮักน่าจัง


Chiangmai Zoo10

โคอาล่า เหมือนตุ๊กตาเลย แต่หันเล็บมันแล้วกั๋วมันยาดเทาะ


Chiangmai Zoo11

เจ้าป่าตัวจริง สงสัยกะลังเหงา นั่งพับต๋าหยิบๆ อ๊ออ๊อย เอ็นดูบะเฮ่ย


Chiangmai Zoo12

สุดท้าย จำจื้อมันบะได้ หนูตั๋วเต้าหมู 55 หน้าต๋าสึ่งตึงปอปอกับคนถ่ายเลย ฮ่า.......ฮิ้ว

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ยี่โถ โถ....นึกว่าไม่โตซะแว้ววววว

เห็นตอนเป็นต้นเล็กๆ จำไม่ได้ว่ามาอยู่ในบ้านได้ยังไง ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไร 555 (ตรูทำไมซื่อบื้ออย่างนี้หว่า)เปิดในเน็ตดูที่แท้ก็ต้นยี่โถนี่เอง เพิ่งจะมาออกดอกง่ะ สวยเหมือนกันนะนี่ มาดูในเน็ตอีกที อ๊ะ! ต้นยี่โถนี่ใช่ย่อยซะที่ไหน ก็เลยเอารายละเอียดมาฝากคนที่ปลูกต้นยี่โถกันจ้า



Oleander1



Oleander2



Oleander3



Oleander4



Oleander5



Oleander6



Oleander7


ชื่ออื่นๆ : Oleander, Rose bay, Sweet oleandar
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Nerium oleander
วงศ์ : APOCYNACEAE

ยี่โถเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก ต้นมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ใบ เดี่ยว รูปหอก โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ สีเขียวเข้ม กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นช่ออยู่ส่วนยอดของต้น ดอกเป็นรูปทรงกรวย มีทั้งชนิดลาและซ้อน หลากหลายสี เช่น สีชมพูเข้ม ชมพู ขาว มีกลิ่นหอม ผล เป็นฝักคู่ เมื่อแก่จะแตกเห็นเมล็ดภายในผล เมล็ด มีขนละเอียดเป็นมันคล้ายเส้นไหมปกคลุมอยู่ เมล็ดนี้จะลอยตามลมกระจายพันธุ์ได้ การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง ประโยชน์ ใบขนาดพอเหมาะ เป็นยาบำรุงหัวใจ ใบเป็นพิษ มีสารที่มีฤทธิ์แรงมากในการใช้ปรุงยา ถ้าใช้เกินขนาดเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เป็นยาเบื่อหนูและฆ่าแมลง ถิ่นกำเนิด เมดิเตอร์เรเนียน เคบเวอดี ญี่ปุ่น ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย น้ำพอควร ความชื้นสูง กลางแจ้ง แดดจัด ยี่โถ ซึ่งทนทานกว่ากุหลาบมอญเสียอีก แม้ว่าดอกจะสีแดงน้อยกว่า และกลิ่นหอมน้อยกว่าก็ตาม

ยี่โถ : ต้นไม้ต่างแดนสัญชาติไทย
ยี่โถ เป็นพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Nerium in-dicum Mill. อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงราว ๒ เมตร เปลือกต้นเรียบสีเทา มียาง สีขาวคล้ายน้ำนมในเปลือกและใบ แตกกิ่งก้านไม่มาก

ใบ เป็น ใบเดี่ยว ออกตามข้อรอบลำต้น จุดละ ๓-๔ ใบ ใบรูปรีแกมขอบขนาน คล้ายใบหอก ปลายและ โคนใบแหลม ยาวราว ๑๕-๑๗ เซนติเมตร กว้าง ๑.๗-๒.๐ เซนติเมตร ขอบใบเรียบไม่มีจัก เนื้อใบหนาแข็ง เขียวเข้ม ก้านใบสั้น

ดอก ออกตามปลายยอด ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อ หรือเป็นกระจุก ราว ๒๐-๕๐ ดอก เส้นผ่าศูนย์กลางดอก ราว ๔-๕ เซนติเมตร มีทั้งดอกซ้อนและดอกชั้นเดียว (ดอกลา) ดอกที่มีกลีบชั้นเดียวจะมีกลีบดอก ๕ กลีบ ลักษณะดอกจะเป็นรูปกรวยหรือปากแตร กลีบดอกบาน ออกจากกัน กลีบดอกมีสีชมพูและขาว มีกลิ่นหอม ชนิดดอกซ้อนสีชมพูจะดอกโตและกลิ่นหอมกว่าดอกกลีบชั้นเดียวหรือดอกสีขาว ยี่โถออกดอกได้ทั้งปี

ผล เมื่อดอกผสมเกสรและร่วง ไปแล้วจะติดผลเป็นรูปฝักยาว ดอกละ ๒ ฝัก เมื่อแก่เปลือกแข็งจะแตกออก เมล็ดที่มีอยู่ภายในจำนวนมาก จะมีขนคล้ายเส้นไหมติดอยู่ทำให้ลอยลมไปได้ไกลๆ

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของยี่โถอยู่บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น โปรตุเกส ไปถึงอิหร่าน (เปอร์เซีย) และอินเดีย ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อน ยี่โถในประเทศไทยสันนิษฐานว่าถูกนำเข้ามาโดยชาวจีนช่วงปลายรัชกาลที่ ๒ หรือต้นรัชกาลที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๕๒-๒๓๖๔) ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ พ.ศ.๒๔๑๖ กล่าวถึงยี่โถว่า "ยี่โถ : เป็นชื่อต้นไม้ย่อมอย่างหนึ่ง มีดอกเป็นช่อ ดอกมีกลิ่น คนปลูกไว้เอาดอก ไม่มีลูก" สันนิษฐาน ว่า ยี่โถคงได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างรวดเร็ว เพราะดอกงดงามคล้ายกุหลาบ มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี และปลูกง่ายทนทานมาก จึงปรากฏว่า นิยมปลูกกันทั้งในบ้านและในวัด ปรากฏในนิราศของสุนทรภู่ว่า สมัยรัชกาลที่ ๓ วัดในกรุงเทพฯ นิยมปลูกยี่โถไว้ตามกุฏิของพระแล้ว ดังนี้

" เห็นทับทิมริมกุฎีดอกยี่โถ สะอื้นโอ้อาลัยจิตใจหาย"
รำพันพิลาป (สุนทรภู่)

นอกจากคนไทยสมัยนั้นจะนิยมปลูกยี่โถแล้ว ยังนิยมนำดอกยี่โถไปบูชาพระอีกด้วย คงเพราะมีทั้งความงดงาม กลิ่นหอม และหาง่ายนั่นเอง

คนไทยเรียกยี่โถว่า ยี่โถ ยี่โถไทย ยี่โถจีน ยี่โถดอกขาว ยี่โถดอกแดง (ภาคกลาง) และอินโถ (ภาคเหนือ) ภาษาอังกฤษเรียก Oleander, Sweet Oleander และ Rose Bay

ประโยชน์ของยี่โถ
ในด้านสมุนไพรนั้น เนื่องจากน้ำยางของยี่โถตามส่วนต่างๆ ของลำต้นเป็นพิษต่อสัตว์และมนุษย์ จึงนำมาใช้ประโยชน์ทางยาได้จำกัดมาก มีรายงานว่าแพทย์แผนไทยนำใบยี่โถมาปรุงเป็นยาบำรุงหัวใจ ขับชีพจรให้เดินเป็นปกติ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีรายงานว่าผู้ที่กินใบยี่โถเข้าไปจะเกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาพร่า มองไม่ชัด เพ้อคลั่ง หัวใจเต้นอ่อน ความดันเลือดลดลง อาจเสียชีวิตได้ ในอินเดีย สัตว์ เช่น วัว ควาย แพะ ม้า แกะ ที่กินใบยี่โถแล้ว เป็นพิษถึงตาย คนกินเนื้อย่างที่เสียบด้วยไม้ยี่โถก็เป็นพิษถึงหมดสติ แม้แต่น้ำผึ้งจากดอกยี่โถก็ยังเป็นพิษด้วย ใบยี่โถใช้เป็นยาเบื่อหนู และยาฆ่าแมลงได้

ปัจจุบันคนไทยรู้จักยี่โถในฐานะไม้ดอกไม้ประดับ ที่ได้ รับความนิยมอย่างแพร่หลายชนิดหนึ่ง ทั้งนี้เพราะมีการนำยี่โถชนิดใหม่เข้ามาอีกคือชนิด Nerium oleander Linn. ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มีดอกสีงดงามกว่าเดิม ดอกดก โดยเฉพาะดอกกลีบชั้นเดียว แต่ดอกไม้มีกลิ่นหอม

เนื่องจากยี่โถปลูก ง่าย ทนทาน ทั้งสภาพดินทราย ดินเค็ม ความแห้งแล้ง โรคแมลงไม่รบกวน มีดอกเป็นช่อขนาดใหญ่งดงามตลอดปี ขนาดต้นไม่ใหญ่เกินไปจึงปลูกได้หลายสถานที่ แม้จะมีพื้นที่น้อยก็ปลูกได้ ยี่โถสมัยใหม่ได้รับการปรับปรุงให้มีสีสันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงยังคงได้รับความนิยมตลอดมา
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก วังตะไคร้ดอทคอม – วิกีพีเดีย - thaigoodview.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กำเมืองม่วนๆ

กำเมืองม่วนๆ ควรค่าฮักษา
บะดีลืมว่า ภาษานั้นสำคัญเน่อเจ้า

คนเมือง เกาะอู้เมืองก่า กำเดียวจะหายไปบะได้ใจ๊กั๋นพอดี
เฮอะเหอ..............

เกี่ยวกับสี
ดำคึลึ = คนอ้วนล่ำผิวดำ
ดำคุมมุม = ดำสลัวอยู่ในความมืด
ดำขิกติ้ก = ดำซุปเปอร์
ดำคิมมิม = คนผอมกระหร่องผิวดำ
ดำผึดำผึด = ดำมากๆทั่วๆไป
แดงเผ้อเหล้อ = แดงเป็นจุดใหญ่จุดเดียว
แดงปะหลึ้ง = แดงจัดมาก
แดงปะหลิ้ง = แดงอมชมพูแดงเป็นจุดเล็กๆ
เหลืองเอิ่มเสิ่ม = เหลืองอมส้ม
เขียวอุ้มฮุ่ม = เขียวแก่
มอย อ้อ ดฮ้อด = สีน้ำตาลหม่น
ขาวโจ๊ะโฟ้ะ = ขาวมากๆ
เปิดเจ้อะเห้อะ = สีขาวซีด
เส้าแก๊ก = สีหม่นหมองมาก
ลายขุ่ยหยุ่ย = ลายพร้อย หรือลายเป็นดอกดวง
ใส อ้อ ดหล้อด = สดใสแบบอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ใส่ยงยง = สว่างจ้า

เกี่ยวกับแสง-เสียง
มืดแถ้ก = มืดสนิท
มืดสะลุ้ม = มืดสลัวๆ
มืดซุ้มซิ้ม = มืดนิดๆ
แจ้งฮุมหุฮุมหู่ = สว่างลางๆเลือนๆ
แจ้งลึ้ง = สว่างโร่เห็นได้ชัด
ดั้กปิ้ง = เงียบกริบ
ดั้กปิ้งเย็นวอย = เงียบเชียบ
ดั้กแส้ป = ไม่ได้ข่าวคราว
ดั้กก๊กงก = นั่งนิ่ง

เกี่ยวกับกลิ่น-รส
เหม็นโอ่ = เหม็นเน่า
จ๋างแจ้ดแผ้ด = จืดชืด
ขมแก๊ก = ขมมาก
ส้มโจ๊ะโล๊ะ = รสเปรี้ยวมาก

เกี่ยวกับรูปร่าง-ลักษณะ
แหลวแหล้ะแหลวแล่น = แหลกไม่มีชิ้นดี
แหลวแฝ้ะแหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เปิดโต้โหล้ = เปิดโล่ง
แน่นแท้ก = หนาแน่น แข็งแรง
บางแต๊บแย้บ = บางเบามาก
ซื่อแซ้ด = ตรงเหมือนไม้บรรทัด
แข็งเกิ้กเดิ้ก = ลักษณะแข็งทื่อ
แข็งกึ่งดึ่ง = แข็งทื่อเหมือนศพ
สูงใบ้สูงง่าว = สูงมากจริงๆ
ต่ำแม้ดแก้ด = ลักษณะคนเตี้ยแกร็น
ต่ำป้อกหล้อก = เตี้ยหม้อต้อ
สั้นกิ้มดิ้ม = สั้นจุ๊ดจู่
ยาวโจ๊ะโละ = หน้ายาว
มนแกว๊ด = กลมดิก
ป้อมป้อกหล้อก = เตี้ยกลมเล็ก
ผอมแก้งแด้ง = ผอมขี้ก้างผอมแห้ง
หม้ดผี้หลี้ = สดใสผ่องแผ้ว

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มังกรเจ้าเล่ห์

แหะ แหะ ได้ของเล่นจากในเน็ต ปริ้นท์มา ตัดนู่น แปะนี่ เสร็จแว้ว ป้าดโทะ มันตัวอะไรหว่า แต่ที่เอามาเค้าว่าเป็นมังกร แถมยังบอกว่ามองด้วยตาเปล่าจะไม่ค่อยเห็น ให้เอากล้องถ่าย ผลที่ได้ เหอะ เหอะ ถูกใจจ๊อดดดด มังกรตัวนี้ ร้ายมะซ่ายเล่นนะเนี่ย :)



dragon eye

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไอ้หน่อมแน้มโชว์พาว

บรรยากาศอึมครึม ฝนตกประปราย เคลียร์งานหมดแว้ว ทำไรดีน๊า.....ไปสนามดีกว่า ถือเป็นการฝึกสมาธิไปในตัว ช่วงแรกข้อดี ช่วงหลังข้อตก สังเกตเป้า แหะ แหะ (ก็มันหนักนี่ T_T) ลอง 3 ตัว คือ Glock 26 9 mm. / Taurus 11 mm. / สุดท้าย Smith & Wesson 9 mm. ป้าดโทะ บ้าดีเดือดจริงๆ แต่มะซ่ายของตัวเองซ้ากกะอัน เหอ เหอ ของพี่ทั้งน๊าน สรุปซ้อมแล้วหมดไปพันกว่าบาท เฮ้อ เป็นง่ะ อยู่ดีดีมะซอบ ตังค์เปิดร้านเมื่อวาน ไปซะแว้ววว.....

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เมื่อเวลาผ่าน

ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจัง ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยง่า...T_T" วันวันนึง ชั่วโมงนึง นาทีนึง ทำไมผ่านไปเร็วอย่างนี้ เหมือนหายใจไม่กี่ทีก็หมดวันแล้ว ทำไมวันนึงต้องมี 24 ชั่วโมง ไม่น้อยกว่านั้น ไม่มากกว่านั้น (ใครเป็นคนกำหนดเนี่ย) เหลียวไปเหลียวมา อ๊ะ เจอสมุดคู่ใจ กับนาฬิกาคู่โปรด ต้องโปรดแน่ เพราะสิบกว่าปี ตั้งแต่ซื้อมา ไม่เคยเปลี่ยนไปใช้เรือนไหนเลย ปี 39 ได้มั๊ง จนวันนี้ก็ เดี๋ยวนับก่อน ...... อ้อ 14 ปี โห! นานขนาดนั้น นาฬิกาก็ถึก คนก็ทนอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน จำได้เปลี่ยนถ่านแค่ 3 ครั้ง ครั้งนึงก็ 80 บาท ถ้าจะนับว่าคุ้มไม๊ ก็คงจะคุ้มเกิน ตั้งแต่ปีที่ห้าที่หกแล้วล่ะ เราว่านะ แหะ แหะ ไม่ได้จะโฆษณานาฬิกาหรอก (แต่ของเค้าก็เจ๋งจริงๆนิ) ยังไม่มีอาการว่าจะเสีย หรืองอแงแต่อย่างใด ช่างรู้ใจเจ้าของชะมัด สิบกว่าปี อะไรอะไรเปลี่ยนไปตั้งเยอะ นึกถึงใจคนถ้าตั้งมั่น ตั้งใจ มั่นคงแล้วล่ะก็ เวลาก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้สินะ มีบางคนบอก เวลาเปลี่ยน อะไรก็จะเปลี่ยน แต่คงไม่ทั้งหมดมั๊ง อาจจะเป็นเฉพาะอย่างก็ได้ ถามว่าคิดจะเปลี่ยนไหม อยากได้อันใหม่ไหม มันก็มีบ้างเป็นธรรมดา เจอแบบใหม่ แฟชั่นมาใหม่ ก็มีเขวบ้างเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมา ก็มีอันที่ดีอยู่แล้วนี่ จะเปลี่ยนทำไม กับสมุดคู่ใจ เขียนมาก็หลายเล่ม มาเจอเล่มนี้ไม่หมดซักกะที (ก็หนาซะขนาดนั้น) ซื้อสมุดปกหนังมา แกะเอาข้างในออก ใส่ไส้สมุดที่ทำเอง เย็บเล่มแบบแนวๆเอง ตัดผ้าสักกะหลาดมาทำดอก ติดแม็กเน็ต ใส่กระดุม ใส่ลูกปัด โอ้ว!!! ถูกใจจ๊อด.....รู้ซึ้งของทำเองกะมือนี่น่าภูมิใจดีแท้ (ถึงแม้ปกหนังจะเอาของเค้ามาก็เหอะ แหะ แหะ) เป็นสมุดคูใจที่ขาดไม่ได้จริงๆ ถ้าหายตายแน่เลย ยิ่งหลงๆ ลืมๆ อยู่ ท่าจะเริ่มเป็นอัลไซเมอร์ เวลาผ่านไปเร็ว ก็แก่เร็วอีก เฮ่อ! จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเข้า รู้สึกไหม เวลาของคนเราตั้งแต่เกิดมา มันลดน้อยลงไปทุกที ไม่รีบทำตอนนี้ แล้วจะรอทำตอนไหนล่ะ ช่ายมะ

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

โสน้าหน้า...ไอ้หน่อมแน้ม ตอนจบ

พอพ่อมาก็มาช่วยไอ้พี่ชายลงมาอย่างปลอดภัย แต่หลังจากนั้น อะโห (บรรยากาศอย่าให้พูดเลย เคมูไกมากมาก) สภาพคือ พ่อนั่งหน้าเก้าอี้ตัวโปรด มือถือไม้กวาดด้ามเล็ก (ดีนะด้ามไม่ใหญ่) มีไอ้พี่ชาย พี่สาว และก็ไอ้หน่อมแน้ม แล้วก็ลูกพี่ลูกน้องยืนเรียงกันเป็นทหารเรียงแถว ส่วนไอ้หน่อมแน้มน่ะเหรอ ทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องพรางนึกในใจ "งานนี้ตูไม่ผิด ตูรอดแหงมแหงม" คำแรกที่พ่อถามคือ "ใครเป็นคนชวนเล่นก่อน" (อ๊ะ! งานนี้ไอ้หน่อมแน้มท่าจะรอดล่ะแฮะ) แต่ ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ มาถึงคำถามที่สอง "ใครเป็นคนเอาลำใยของเค้ามากิน" ทุกคนเงียบกริบอีกครั้ง ไม่มีคำตอบจากสวรรค์อีกเช่นเคย ไอ้พี่ชายตัวดีไม่ยอมพูดซักคำ (ช่างกล้าได้ใจจริงจริ๊ง) และแล้วก็ถึงคำถามที่สาม "บ้านเราไม่มีกินรึไง" เจอคำถามนี้ ทุกคนก็ยังเงียบกริบ แต่ไม่รู้ว่าเพราะด้วยความตรงไปตรงมา หรือซื่อบื้อ หรือผีเข้า หรือองค์ลงอะไรก็แล้วแต่ ทำให้ไอ้หน่อมแน้มเปิดปากออกไปอย่างมั่นใจว่า "อื้อ" พอสิ้นเสียงอื้อเท่านั้นแหละ ทุกคนหันหน้ามาทางไอ้หน่อมแน้มกันหมด ต่างก็สงสัย ไอ้พี่ชายคงคิดว่า ไอ้นี่มันช่างกล้าเหลือเกิน(หรือเปล่า) หรือแม่แต่พี่สาวอาจจะคิดว่า มันจะทำอะไของมันกันแน่ ลูกพี่ลูกน้องอาจคิดว่า ตายห่าแล้ว ไอ้นี่มันพูดอะไรออกไปรู้ตัวมะนั่น และแล้วด้ามไม้กวาดที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเลย และคาดว่าไม่โดนแหงมๆ กลับลอยมาอยู่ด้านหน้า สูงขี้นไป สูงขึ้นไป สูงขึ้นไปอีก แล้วตกลงมาผ่านหน้า ผ่านตัว แล้วมาจบที่หน้าขา บั๊ก!!! (เสียงดังแบบนี้จริงๆ นะ) ไอ้หน่อมแน้มเริ่มน้ำตาคลอ พลางนึก "ตูทำอะไรลงไปฟะเนี่ย...............T_T........ไม่น่าเลยตู...." พอพ่อเห็นว่า อ๊ะ! สั่งสอนผิดคนแน่ๆ ไอ้คนชวนน่าจะเป็นตัวพี่มากกว่า งานนี้ก็เลยโดนกันคนละที จะได้เสมอกัน (ก็ยังดีอ่ะ มีเพื่อนเจ็บแว้ว) สุดท้ายโดนพ่อเทศน์ซะยาว ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำทำการบ้านกันต่อ ก่อนกลับไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบยังแอบมากระซิบ "ไว้คราวหน้าไปเล่นกันอีกมะ" ดู๊ดู ดูมัน ยังมาเยาะเย้ยกันได้อีก "ไปเล่นกะน้องเมิงเองสิ ไอ้บ้า...................." T_T

โสน้าหน้า... ไอ้หน่อมแน้ม ตอน1

once upon a time (อะโห! เริ่มมาแบบนิทานคลาสสิกซะด้วย แต่ขอโทษคับ อั้นนี้มันเรื่องแบบบ้านๆมาก หุหุหุ) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (อ๊ะ! ยังไม่ยอมเลิก) ยังมีเด็กน้อยคนหนึ่ง หน้าตาขี้ริ้วขี่เหร่อย่าบอกใคร มันชื่อไอ้หน่อมแน้ม (หน่อมแน้มจริงๆ นะ) มีพี่น้องสามคนรวมทั้งมันด้วย แต่ดันได้ฉายาว่าหน่อมแน้มเพราะว่าเป็นลูกคนสุดท้อง แล้วไอ้พี่คนโต กับพี่สาวดันเก่งกันซะนี่ (เฮ้อ นึกถึงตรงนี้ก็เซ็งเลยง่ะ) แล้วก็มีลูกพี่ลูกน้องกันอีกประมาณ 3-4 คน วันนึงก็มาเล่นรวมกันตามประสาเด็ก เผอิญว่าแถวบ้านมีต้นลำใยหลายต้น แล้วฤดูนั้นก็เป็นฤดูลำไยซะด้วย (พอจะนึกออกช่ายมะว่าอยู่แถวไหนของประเทศไทย อิอิอิ) ก็ได้กินทุกวันนะ จนเบื่อเลยแหละ จนต้องบอกพ่อว่าไม่เอาแล้ว พอแล้วเบื่อแล้ว พ่อกะแม่ก็เลยไม่ได้เอาลำใยมาให้กิน แต่วันนั้นดันอุตริไปเล่นต้นลำใยของคนข้างบ้าน (เจ้าของไม่อยู่ และก็ไม่มีรั้วกั้น ประมาณว่าอยู่กันแบบบ้านๆ จริง) เล่นกันไปเล่นกันมา ไอ้พี่ชายนึกได้อยากจะนอนเปลบนต้นลำใย ก็เลยไปเอาเปลยวนของพ่อมาห้อยแล้วก็นอนเล่นกัน (โดยที่ไม่รู้เลยว่าไอ้เปลนั้นน่ะ มันเก่าจวนจะขาดอยู่มะรอมมะร่อ) เปลี่ยนกันนอนไปนอนมาหลายคน บ๊ะ! สนุกอย่าบอกใครเชียว พอครบมาถึงคิวไอ้พี่ชายตัวดีอีกรอบ มันดันบอกว่าเล่นเป็นเจ้าชายไหม มันจะเป็นเจ้าชาย ส่วนน้องมันกะญาติให้เป็นทหารกับนางสนม (ดูมัน คิดได้ไงเนี่ย) แต่ก็นะ ไหนๆ ก็ไหนๆ (ปล่อยมัน) พวกทหารก็อารักขาอยู่ด้านบ้างส่วนนางสนมก็ไปหาของกินมาให้ (ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "คุณลำใย" นั่นเอง) กินไปด้วย เล่นไปด้วย เล่นไปเล่นมาซักพัก เหมือนเหมือนเหตุการณ์จะเป็นใจ เฮ้ย!! เปลยวนดันขาด!!! (แอบโสน้าหน้า เล็กๆ) แต่โชคยังดีไอ้พี่ตัวดีไม่ตกลงมา เหลือแต่ขาติดกับเปล ห้อยหัวลงมาเหมือนเล่นกายกรรม ง่า...ทำอะไรกันไม่ถูกเลย แต่ก็ยังดีที่ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก ไอ้พี่ชายมันก็ค่อยๆ ไต่ ค่อยๆ เกาะนู่นๆนี่ จนเกือบจะลงมาได้ละ ประมาณว่าถ้าพ่อมาเห็นโดนกันทั้งชุดเลย เกือบจะลงมาได้ละ แต่ไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวดี มันดันแจ้นไปฟ้องพ่อตั้งแต่ เฮ้ย! แรกที่ร้องกันแล้ว (เรื่องฟ้องนี่ถนัดนัก วิ่ง 50 เมตรนี่ยกให้มันคนเดียวเลย) ตายแน่เรยตู...T_T

บล็อคอื่นๆ ของ neornee